ปปช. 103/7 เขย่าวงการก่อสร้าง

17 พฤศจิกายน 2011

มาตรา 103/7 แห่ง พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
หรือเรียกสั้นๆว่า กฎหมาย ปปช. 103/7 นั้น สร้างความตกใจ และสับสนให้กับ ผู้ประกอบการรับเหมา
นักบัญชีทั้งภายในบริษัท  และสนง.บัญชี   (อันที่จริง ไม่เฉพาะผู้รับเหมา แต่กระทบถึงทุกบริษัทที่เป็นคู่สัญญากับรัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรในกำกับรัฐ ทั้งหมด อบจ. อบต. ด้วย)

ที่สำคัญยังไม่ทันหายตกใจ หรือทำความเข้าใจ ตัวกฎหมายก็จะมีผลบังคับใช้แล้ว ในวันที่ 1 มกราคม 2555 หมายความว่าทุกสัญญา ที่ทำกับรัฐ หรือกึ่งรัฐ โดยเซ็นสัญญาตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม 2555 จะต้องเป็นผลให้ส่งแบบ ปปช.1 พร้อมกับ ภงด.50 ให้กับสรรพากรด้วย สำหรับทุกโครงการที่ทำสัญญากับรัฐ ในปี 2556
ถ้าไม่เริ่มจัดการเตรียมการไว้ก่อน ต้องวุ่นแน่ๆ (กฎหมายประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 15 สิงหาคม 2554)

สิ่งที่ต้องทำเพิ่ม

แบบ ปปช.1 หรือ บัญชีแสดงรายรับรายจ่ายของโครงการตามสัญญา เนี่ยขอสรุปง่ายๆ ว่ามันคือ

  1. ภงด.50 ที่สนใจส่วนรายได้รายจ่าย (รายการที่ 3 – 8 ใน ภงด.50)  รายโครงการ
  2. แต่ละโครงการนั้น ต้องบอกวิธีการรับจ่ายได้ ยอดคงค้างชำระด้วย ส่วนนี้เองที่เรียกได้ว่าบัญชีรับจ่ายที่ระบุในกฎหมาย

ตรงบัญชีรับจ่ายนี่เองที่เป็นปัญหา เพราะการบอกว่ารายได้รายจ่าย แต่ละรายการจ่ายเงินรับเงินอย่างไร คงเหลืออยู่เท่าไร เท่ากับต้องเพิ่มการอ้างอิงเอกสาร รายการรายได้ ค่าใช้จ่าย ให้ไปถึงว่าจ่ายไปแล้วหรือไม่ และจ่ายไปเท่าไร โดยเฉพาะที่ยากเลย ก็คือพวกวัสดุที่มาใช้ผลิต กรณีที่ที่การโอนสินค้าระหว่างคลัง ระหว่างโครงการบ่อยๆ ต้องระบุว่า ให้วัสดุเนี่ยมันจ่ายเงินยังไง และจ่ายไปรึยัง แค่คิดก็ปวดหัวแล้วครับ

เพราะว่า บัญชีรับจ่ายที่แสดงไปในแบบ ปปช.001 นั้น นักบัญชีเองก็ต้องเตรียมรายงานประกอบไว้มากมาย เพื่ออธิบายได้ว่า ไอ้ที่บอกว่าเหลือ มันเหลือตรงไหน ไอ้ที่จ่ายมันจ่ายไปด้วยอะไร ในกฎหมาย ปปช.เอง ระบุด้วยว่า ถ้ารายการรับจ่ายเกิน 30,000 บาท จะต้องผ่านบัญชีธนาคาร และ เป็นหัวใจของ ปปช. ที่ตั้งใจจะตามกระแสเงินจากตรงนี้

ผลกระทบต่อผู้รับเหมา

จากประสบการณ์ในฐานะ ผู้พัฒนาระบบควบคุมต้นทุน และบัญชีสำหรับผู้รับเหมาก่อสร้าง ที่อยู่กับบริษัทรับเหมาโดยตรงมาตลอดหลายปี บอกได้เลยครับว่าภาระหนักของฝ่ายบัญชี ที่เดิมทีจะปิดงบกันทีก็ต้องทำงานข้ามวันข้ามคืนกันแล้ว

ผมขอแบ่งผู้รับเหมาออกเป็นซัก 3 กลุ่ม ตามความสามารถของระบบข้อมูลภายใน

1.ผู้รับเหมาที่ระบบแข็งแรงอยู่แล้ว คือมีหน่อยงานบัญชีที่ทำบัญชีเพื่อส่งภาษีด้วยตัวเองได้ และยังทำบัญชีแยกโครงการเพื่อการบริหารได้เองอยู่แล้ว กลุ่มนี้จะได้รับผลกระทบไม่มาก ภาระหนักอาจไปขึ้นกับฝ่ายบัญชี ที่ต้องทำรายงานประกอบที่อธิบายกระแสเงินมากขึ้น

2.ผู้รับเหมาที่มีระบบเพื่อได้ตัวเลขทางการบริหารเท่านั้น ยังต้องพึ่งสำนักงานบัญชีเพื่อส่งงบสรรพากรฯ  ข่าวร้ายยังไม่มีสำนักงานบัญชีใด ที่จะสามารถยื่นแบบ ปปช.1 ให้ท่านได้เลย ทางเลือกคือต้องลงทุน และลงแรงในระบบอยากหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างแรกและสำคัญที่สุดเลยครับ นักบัญชีที่ทำงานเป็น ต่อมาลงทุนในระบบที่จะรองรับได้

3.ผู้รับเหมาที่ยังไม่มีระบบ หรือยังไม่สามารถแยกแยะผลกำไรขาดทุนแต่ละโครงการ ถ้าคุณยังคิดจะรับงานราชการอยู่
มีแต่ต้องศึกษาให้พอเข้าใจ และหาทั้งคนทั้งระบบมาจัดการให้ได้ เท่านั้น

ผู้รับเหมารายเล็กที่เสียโอกาส

ฟันธงไปได้เลยว่าจะมีผู้รับเหมารายเล็กกลุ่มใหญ่ ที่ไม่มีทางลงทุนในคน และระบบได้ จะได้สามารถเข้าร่วมประมูลแข่งในงานได้ สุดท้ายก็จะทำได้เพียงไปรับเป็นผู้รับเหมาย่อยในโครงการของรัฐเท่านั้น

หมายความว่าอีกด้านนึง โครงการท้องถิ่นขนาดเล็ก ห้าแสนถึงหนึ่งล้าน ก็อาจได้รับผลกระทบคือหาผู้รับเหมามาทำงานไม่ได้ เพราะรายใหญ่ ก็ไม่คุ้มที่จะทำ ในขณะที่รายเล็กก็อาจติดปัญหาการจัดการ หรือถูกแบนโดนกฎหมายนี้อยู่

ย้ำต้องเปลี่ยนการทำงาน

ขอสรุปย้ำไปเลยครับ ถ้าคุณเป็นผู้รับเหมาที่ส่งสำนักงานบัญชีให้ทำบัญชีเพื่อส่งสรรพากรอยู่
วิธีการของสำนักงานบัญชีปัจจุบัน ไม่มีทางที่จะทำให้คุณส่งแบบ ปปช.001 ได้
คุณจำเป็นต้องคิดแล้วว่าคุณจะทำอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนที่เหลืออยู่นี้

จะยังทำงานกับรัฐหรือไม่ ?
ถ้าคำตอบคือ ใช่  ลองมองเข้าไปในบริษัทแล้วดูว่า คนและระบบ ของคุณพร้อมจะทำมันรึเปล่า?

ผมเชื่อว่าโดยส่วนใหญ่ จะตอบคำถามที่สอง แบบไม่ค่อยมั่นใจเท่าไร 

คนทำงานสำคัญที่สุด

ถึงแม้จะต้องมั่นใจว่าระบบซอร์ฟแวร์จะช่วยตอบโจทย์ และลดภาระงานจากกฎหมายฉบับนี้ได้ แต่ระบบจะสำเร็จไม่ได้เลยถ้าคนทำงานในองกรณ์เอง ไม่เข้าใจระบบ ปฏิบัติตาม และตรวจสอบ ตามระบบที่วางไว้ เพราะถ้าระบบเอกสารกระดาษ การจัดเก็บ และการบันทึกข้อมูล เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจว่าจะเกิดผลลัพธ์อะไรแล้ว ก็ไม่มีทางทำให้สำเร็จได้

แต่ถึงแม้จะได้นักบัญชี นักวางระบบที่ดี และได้ระบช่วยเหลือ ซอร์ฟแวร์ที่ดี แต่ถ้าผู้บริหาร ไม่เอาใจใส่ ไม่เป็นกองหนุนที่ดีด้วยก็ยากครับที่จะเดินไปได้ด้วยดี เพราะการจัดการระบบ เป็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงการทำงานของเกือนทุกคนในองกรณ์
พอเกิดการณ์เปลี่ยนแปลง อาจมีบางคนสบายขึ้น บางคนลำบากลง ซึ่งเป็นที่มาของการเมืองในองค์กรณ์อีก ถ้าผู้บริหารไม่ใส่ใจ คอยตัดสินใจ และจูงใจให้พนักงานสละแรงส่วนตัว ให้กับบริษัท แล้วใครจะทำได้ล่ะครับ

มองให้เป็นโอกาส

ถึงแม้กฎหมายฉบับนี้จะสร้างภาระให้ผู้รับเหมา และคู่สัญญาของรัฐทั้งหมด ด้านนึงก็เป็นโอกาสให้ผู้รับเหมาต้องปรับตัวทำระบบต้นทุน และกำไรรายโครงการได้ดีขึ้น (เอาเป็นว่ามองแง่ดีไว้บ้าง)  อีกด้านนึง กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้มีผลบังคับใช้เฉพาะคู่สัญญากับรัฐ  แต่มีผลกับทาง เจ้าหน้าที่รัฐด้วย ต้องแต่ บังคับกระบวนการทำราคากลางวัสดุ
โครงการของรัฐก็ต้องมีรายการคำนวณราคากลาง พร้อมวิธีการคำนวณราคากลาง ซึ่งทำให้ กล่องดำราคากลางเดิมมองเห็นไส้ในมากขึ้น

จากมุมนี้เอง ผู้รับเหมาเอง ก็มีโอกาสต่อรอง หรือชี้ถึงข้อผิดพลาด และไม่เป็นธรรมเดิมที่มีอยู่ในการทำราคากลางแบบเก่าได้

แต่อย่างไรสุดท้าย ถ้าส่งผลให้การคอรัปชั่นของประเทศน้อยลงไปได้ ความเจริญในประเทศไม่โดนเบียดบัง สูบเลือดไปก็ถึงถือว่าเป็นกฎหมายที่สร้างประโยชน์ให้กับพวกเราด้วยเช่นกัน

 

คุณธีรบูลย์ อริยสุทธิวงศ์
กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลองกอง สตูดิโอ จำกัด

บทความตีพิมพ์ในนิตยสารข่าวช่าง กันยายน-ตุลาคม 2554 

4 Responses to “ปปช. 103/7 เขย่าวงการก่อสร้าง”

  1. 1 สวนมะม่วง Says:

    ในเมื่อ ปปช.มีหน้าที่ตรวจสอบความผิดของข้าราชการตั้งแต่ ซี9 ขึ้นไป ทำไมต้องให้เอกชนเป็นคนทำบัญชีนี้เพิ่ม และถ้ามีการสอบในทางลับก็จะรู้ได้ว่าใครบ้างที่โกงชาติ ปัจจุบันนี้ คนใกล้ชิดนายก อบต.บางแห่ง นำเอางานเร่ขายใครให้เปอร์เซ็นต์สูงเอาไป ( ถึง 25-30 % )และจะเอาผู้รับจ้างเป็นหนังหน้าไฟรับหน้า ในทางกลับกัน ถ้าผู้ประกอบการทั้งหลายทำไม่ได้ อยากถามว่าสรรพกรจะประคับประคองผู้ประกอบการให้มีลมหายใจหาเงินมาเสียภาษีต่อไป หรือตั้งใจจะฆ่าให้ตาย และสุดท้ายประเทศชาติก็จะไม่รอดแน่นอน เพราะข้าของราชการมีสามัญสำนึกแค่ตัวเองเท่านั้น และทุกวันนี้คนที่โกงชาติแต่ไม่ต้องเสียภาษีมีมากกว่าผู้ประกอบการที่ต้องเสียภาษี ทำบัญชีภาษีอากรตามใจเจ้าหน้าที่อยู่แล้ว คิดแล้วท้อแท้ใจมากเลย

  2. 2 เด็กน้อย Says:

    การทำในลักษณะนี้มันอาจะเป็นการแสวงหาผลประโยชน์เฉพาะกลุ่มหรือเปล่า อาจจะเป็นการฆ่าปลาตัวเล็กไม่ให้มีโอกาสเจริญเติบโตและเลี้ยงปลาตัวโต ให้อยู่นานๆ

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.